Experiment,The Jun28

Tags

Related Posts

Share This

Experiment,The

Font Size » Large | Small


 



หนังตีแผ่นิสัยชอบใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาของพวกมนุษย์

จากผู้สร้างซีรี่ส์แหกคุก Prison Break

“คุกสมมุติ” ที่ถูกใช้สถานที่ทดลอง 2 สัปดาห์ของคน 2 กลุ่ม กลุ่มนักโทษ และ กลุ่มผู้คุม

……คนเราจะหน้าตาอัปลักษณ์ที่สุดตอนบ้าอำนาจ

….คุณยังคิดว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมากกว่าพวกลิงอยู่รึเปล่า 

The Experiment  หนังรีเมคจากเรื่อง Das Experiment ของเยอรมัน ที่สร้างตั้งแต่ปี 2001 นู้น มาคราวนี้ ได้ Adrien Brody มารับบทเป็นนักโทษเถื่อนดิบลายสักเต็มตัว

Das Experiment หรือ The Experiment  คือหนังที่นำเค้าโครงมาจาก 1 ใน 10 การทดลองที่น่ากลัวที่สุดที่ใช้มนุษย์เป็นหนูทดลอง   มันคือการทดลองทางจิตวิทยาในปี 1971 ที่เรียกว่า Stanford Prison Experiment  เพื่อศึกษาการตอบสนองของมนุษย์ โดยมีนักจิตวิทยา ฟิลิป ซิมบาโด (Philip Zimbardo) ของมหาลัยสแตนฟอร์ดเป็นผู้ทำการทดลอง ….รู้หรือไม่ว่า การทดลองนี้ทำในชั้นใต้ดินของมหาวิทยาลัย แต่เมื่อการทดลองดำเนินไปเพียง 6 วัน ทุกคนเริ่มอินกับบทบาทสมมุตินี้อย่างเกินขอบเขต …1 ใน 3 ผู้คุมสมมุติ ได้กลายเป็นคนชอบความโหดร้ายทารุณไปตลอดกาล

 Travis (แอเดรียน โบรดี้) ตกงานถังแตก อ่านเจอประกาศรับอาสาสมัครชาย 26 คนเพื่อทำการทดลองวิจัย เป็นเวลา 11 วัน โดยมีค่าจ้าง วันละ 1000 ดอลล่าร์  เขารับจ็อบนี้ทันที แม้จะไม่รู้ว่ามันคืองานวิจัยอะไร

รถบัสมารับอาสาสมัครทั้งหมดไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ที่ปิดมิดชิด ที่นั่น Travis ได้รู้จักกับ เพื่อนอาสาสมัครที่เป็นมิตรและพูดคุยถูกคอกันตลอดเส้นทางอย่าง ชื่อ BarrisForest Whitaker)  แม้ทั้งสองคนจะรู้แล้วว่าถูกจัดให้อยู่คนละกลุ่ม Travisถูกเลือกให้เป็นหัวหน้านักโทษ ส่วน Barris ถูกเลือกให้เป็น หัวหน้าผู้คุม  อาสาสมัครได้รับทราบกฏหลักคือ ห้ามใช้ความรุนแรง หากใครละเมิดกฏ คนนั้นจะถูกตัดสิทธิืออกจากการทดลองโดยไม่ได้รับเงินแม้แต่แดงเดียว    ภายใต้อำนาจที่ถูกยัดเยียดให้ใช้อย่างฟุ่มเฟือย  ภายใต้ความอับอายที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี จนลืมแยกแยะว่าอะไรเรื่องจริงอะไรเรื่องสมมุติ 

หนังอยากบอกให้คุณรู้ว่า  เมื่อมีคนให้อำนาจกับคุณ   คุณมั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่ใช้มัน ตอนนี้อาจพูดได้ว่าไม่ แต่ถ้าวันหนึ่งที่คุณมีมันในมือ คำตอบจะยังเป็นเหมือนเดิมอยู่รึเปล่า ?…ชีวิตนี้ใครไม่เคยใช้เส้นสายขอให้ยกมือขึ้นนน

หนังก็ให้แง่คิดดีตามเนื้อเรื่องดั้งเดิม   แต่ความรู้สึกส่วนตัวของเรา  รู้สึกว่าต้นฉบับของเยอรมันทำรายละเอียดปลีกย่อยได้ดีกว่า แถมยังพาคนดูกดดันไปถึงจุดพีคของหนังมากกว่า …..คุณคิดว่างั้นไหมล่ะ?

 

 

<Published : jun 28, 2012

 

<

Share Button