12 Angry Men Aug03

Tags

Related Posts

Share This

12 Angry Men

Font Size » Large | Small


 

 

Top Movie จาก imdbที่คุณต้องดูให้ได้ก่อนตาย….12 Angry Men ผลงานของผู้กำกับ Sidney Lumet……

เมื่อประชาชนพลเมืองดีชาวสหรัฐอเมริกาทั้ง 12 คน ได้รับจดหมายเรียกตัวให้ไปทำหน้าที่เป็นลูกขุนตามกฏหมายเพื่อร่วมตัดสินคดีเด็กชายจากสลัมอายุ18 ปี ต้องโทษฆ่าพ่อตัวเองด้วยการใช้มีดแทงหน้าอกจนขาดใจตาย  คดีที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมแบบนี้ จำเป็นต้องใช้ประชาชนคนธรรมดาที่สุ่มเลือกมาจากหลากหลายอาชีพ  เพื่อมาร่วมระดมความคิด แบบ common sense  ศาลต้องการการตัดสินดีชั่วตามเกณฑ์ของคนธรรมดาทั่วไป ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคดี ไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักกับโจทย์จำเลยมาก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงอคติจากผู้พิพากษาหรือทนายความ โดยคำตัดสินของทีมลูกขุน ไม่ว่าจะลงความเห็นว่าผิดหรือไม่ผิดก็ตามแต่ ต้องเปล่งเป็นเสียงเดียวกันทั้งหมด หากยังมีเสียงค้านที่แตกต่าง ต้องไตร่ตรองพิจารณากันใหม่จนกว่าจะเป็นเอกฉันท์

หากได้ข้อสรุปแล้ว คำตัดสินของลูกขุนจะถือเป็นเด็ดขาดสูงสุด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ด้วยว่าคดีนั้นซับซ้อนแค่ไหน ถ้าเป็นอย่างคดีโอ.เจ.ซิมป์สัน ,ไมเคิล แจ็คสัน หรือ คดีก้องโลกระหว่าง Appleกับ Samsung ก็ต้องใช้เวลาคัดเลือกลูกขุนจากหลายร้อยพันคนโดยพิจารณาเชื้อชาติ ผิวสี ของตัวลูกขุนด้วย อาจต้องเก็บตัวลูกขุนกันนานหลายเดือนไม่ให้รับข้อมูลจากสื่อหรือติดต่อบุคคลภายนอกได้ เพื่อป้องกันอคติที่จะเกิดระหว่างพิจารณาคดี

ที่จริงได้หนังเรื่องนี้มานานแล้ว แต่เคยเปิดดูแค่5นาทีแล้วปิดหนี  เพราะเอาอคติด่วนตัดสินว่ามันคงจะเป็นหนังซีเรียสเครียดเหลือเกิน แต่เมื่อเปิดกลับมาดูอีกครั้งก็ไม่เห็นซีเรียสอะไร แค่คนธรรมดา 12 คนหารือกันผ่านบทสนทนาที่เรียบง่ายแต่คมคายเฉียบขาด ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ใครจะมองว่ามันเป็นหนังยังไง

ระบบลูกขุนที่เชื่อเหลือเกินว่าคนแปลกหน้าไม่รู้จักกันจะไม่มีอคติต่อกัน  ก่อให้เกิดคำถามมากมาย  สำหรับหนังเรื่อง 12 Angry Menแล้ว เด็กสลัมผิดหรือไม่ นั้นไม่สำคัญ  สำคัญที่ชี้ให้คนเห็นว่า การจะพิสูจน์อะไรอย่าใช้อารมณ์และอคติส่วนตัวเด็ดขาดหากลึกๆแล้วคุณก็ยัง…ไม่-แน่-ใจ    

เมื่อผู้กำกับ Sidney Lumet จงใจให้คุณเห็นใบหน้าและแววตาที่แสนเศร้าสร้อยของจำเลย ที่มาพร้อมดนตรีประกอบโทนโดดเดี่ยวว้าเหว่ เหลือกำลัง ดูแล้วใจอ่อนยวบ เด็กอย่างนี้คงจะฆ่าใครไม่ได้หรอก……นี่ไง  เริ่มใช้อารมณ์ร่วมซะแล้ว

การให้ทุกคนเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกับ12 Angry Men ในห้องที่ร้อนอบอ้าว ฝนที่ตั้งเค้ามืดมาแต่ไกล ทุกคนต่างมีธุระด่วนที่ต้องรีบไปทำ สถานการณ์บีบคั้นให้ทุกคนน็อตหลุดจนเผลอแสดง dark sideออกมา เหมือนอยากจะตั้งคำถามเข้าไปในใจคนดูว่า…. เอาเข้าจริงๆแล้ว มั่นใจได้อย่างไรว่าคุณจะไม่ส่งเดชลงดาบตัดสินผู้อื่น จากอคติที่ซ่อนอยู่ในใจตัวเอง?

<

 

12 Angry Men

 

ลูกขุน 12 คน จากหลายอาชีพ สถาปนิก โบรกเกอร์ เซลส์แมน นักธุรกิจ นักโฆษณา  ชายแก่ etc. มีเพียงลูกขุนหมายเลข 8 (สถาปนิก) คนเดียว ที่ลงคะแนนว่า เด็กไม่ผิด เมื่อได้…..11 คะแนนเด็กผิด VS.1 คะแนนเด็กไม่ผิด    นั่นแปลว่า การพิจารณาคดีจะยืดเยื้อนานออกไป เป็นเหตุให้ลูกขุนคนอื่นๆเกิดอารมณ์ไม่พอใจ…เมื่อนั้น อคติของแต่ละคนถูกเปิดเผยออกมาทีละนิด

สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ”หลักฐาน”เพียงอย่างเดียวเท่านั้นหรือ ? แล้วถ้าการรับรู้ของเราผิดพลาด เหตุผลที่เราตั้งไว้ จะเป็นเหตุผลที่ดีและถูกต้องหรือเปล่า? คนยังพลาดได้ พยานก็เป็นคน แล้วพยานผิดได้ไหม? หลักฐานผิดได้ไหม?  แค่พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ไม่ได้หมายความว่าเราจะนำ “ความจริง”ออกมาได้เสมอไป   เราต้องการๆพิจารณาชั่งน้ำหนักจากทุกทางเลือกที่เป็นไปได้จนหมดเรี่ยวหมดแรงซะก่อน  ไม่ใช่ว่าอวดฉลาดเที่ยวตัดสินชีวิตของใครโดยเอาประสบการณ์ชีวิตเชิงสถิติของตัวเองไปเป็นปรกติของคนอื่น…..

จาก 1 คะแนนเด็กไม่ผิด ของแกะดำหมายเลข8 ที่สามารถทำให้คะแนนโหวตเปลี่ยนเป็น  12 คะแนนเด็กไม่ผิด การหักล้างข้อสันนิษฐานที่ดูเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ โดยมองลึกถึงต้นทุนชีวิตของจำเลยที่มีผลต่อแรงจูงใจ จู่ๆจะมาตัดสินประหารใครสักคนเพียงเพราะไม่ถูกชะตา ไม่กินเส้นกับคนๆนั้นไม่ได้ ถ้ายังมีช่องโหว่ก็ต้องปล่อยไป ดีกว่าให้อคติทำเราตาบอด บางที ดูเรื่องนี้แล้ว อาจเกิดคำถามในใจว่า..ที่ผ่านมา เราเสแสร้งไปเองหรือเปล่าว่าเราเป็นกลาง ?
large_12_webber_fg

12

hgfhfhf
คุณเกิดมาพูดความจริงเป็นอยู่คนเดียวเหรอ

3616198_orig

1
12
3
htdhgdh
2
e
10

Published : Aug 3, 2012

>

>

 ภัทราวดี ทนาลักษณ์

 

Share Button